ผู้เขียน: Arshi

บริหารการเงิน 15 มิ.ย.

บริหารการเงิน

การบริหารการเงินที่ดี เขาทำกันอย่างไร

“มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน” เป็นสุภาษิตของสุนทรภู่มหากวีเอกของไทยที่สามารถนำมาใช้ในการบริหารการเงินได้ทุกยุคทุกสมัย การบริหารการเงินที่ดีจะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องกังวลกับอนาคต ผมขอแนะนำเคล็ดลับของการบริหารการเงินที่ดีให้เพื่อน ๆ ได้ไปประยุกต์ใช้กันนะครับ

เคล็ดลับของการบริหารการเงินที่ดี
  • จัดทำแผนรายได้ ค่าใช้จ่าย โดยเพื่อน ๆ อาจจะเริ่มจากการทำบัญชี รับจ่าย แยกเป็นรายเดือน ผมขอแนะนำเคล็ดลับให้เพื่อน ๆ ใช้สมการแห่งความร่ำรวย ดังนี้ครับ
รายได้ – เงินออม – เงินลงทุน = รายจ่าย

โดยให้เพื่อน ๆ หักเงินออมไว้ก่อน และต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับลงทุนด้วย เพื่อให้เงินทำงาน เงินทองจะได้งอกเงยยิ่ง ๆ ขึ้นไป จากนั้นเหลือจึงนำไปใช้จ่ายนะครับ

  • วางแผนการคุ้มครองตนเองและครอบครัว โดยก่อนที่เพื่อน ๆ จะลงทุน ขอให้สำรองเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นการคุ้มครองตนและครอบครัวก่อน อย่างเช่น ประกันชีวิตและอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพของตนและคนในครอบครัว ประกันการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งการทำประกันในสมัยนี้ถือได้ว่าเป็นการลงทุนประเภทหนึ่งได้ด้วยนะครับ ตัวอย่างเช่น การประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ที่จะมีดอกเบี้ยให้เราด้วย
  • ถ้าเพื่อน ๆ เริ่มต้นออมเงินและลงทุนตั้งแต่วันนี้ ก็จะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเร็วขึ้น ซึ่งระยะเวลาการลงทุนเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการได้รับผลตอบแทน เพราะยิ่งออมหรือลงทุนนานก็จะได้รับผลตอบแทนที่มากกว่า
  • กระจายการลงทุนในพอร์ตการลงทุนอย่างเหมาะสม อย่าลงทุนกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนสูง เพราะจะมีความเสี่ยงที่สูงมากในกรณีที่ลงทุนนั้นเกิดขาดทุน ควรจัดสรรพอร์ตการลงทุนโดยลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม เช่น แบ่งเงินลงทุนในเงินฝากออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงิน กลุ่มสินทรัพย์เหล่านี้มีความเสี่ยงต่ำที่สุด ต่อมาแบ่งเงินลงทุนในกลุ่มเงินฝากประจำ พันธบัตร หุ้นกู้ กองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงปานกลาง สุดท้ายแบ่งเงินลงทุนในหุ้น กองทุนรวมหุ้น ETF ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่จะช่วยเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนได้ในระยะยาวครับ
  • การจัดการเกี่ยวกับการเงินควรจะมีการยืดหยุ่น เพื่อปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ของชีวิต
  • หลีกเลี่ยงการเป็นหนี้โดยไม่จำเป็น เพราะจะทำให้เราไม่มีเงินเหลือเก็บออม และลงทุน นอกจากนั้นอาจทำให้การเงินเราติดลบด้วยนะครับ ผมจึงอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ใช้ชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงครับ
การบริหารการเงินนั้นมีประโยชน์มากมาย
  • ทำให้เราจัดการด้านการเงินอย่างเป็นระบบ
  • ทำให้เรามีเงินเหลือไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ยามเจ็บป่วย
  • ทำให้เรามีรายได้เพียงพอกับรายจ่ายที่จำเป็น
  • ทำให้เรามีเงินออมไว้สำหรับเก็บเกี่ยวดอกผล
  • ทำให้เรามีฐานะความมั่นคงทางการเงิน
  • ทำให้เรามีแผนการเงินสำหรับอนาคตยามปลดเกษียณ

และที่สำคัญ คือ ทำให้เรามีอนาคตที่มั่นคงและมีความสุข

เมื่อเพื่อน ๆ ได้นำเคล็ดลับของการบริหารการเงินที่ดีไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม เพื่อน ๆ จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี และมีอิสรภาพทางการเงินอย่างที่ฝันไว้แน่นอนครับ

10 มิ.ย.

Global Multi Asset ตอบโจทย์ความท้าทายลงทุน

โดย…รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส

สวัสดีครับ หลายปีที่ผ่านมานี้ผมเองมองเห็นปรากฏการณ์ที่ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และยังมีความท้าทายในการลงทุนอีกหลายข้อที่นักลงทุนทั่วโลกต่างต้องเผชิญ จึงอยากหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง

ความท้าทายประการแรก คือ โอกาสสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยต่ำ ในมุมมองของผม แม้สหรัฐจะขยับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นมาแล้ว แต่ภาพรวมของดอกเบี้ยทั่วโลกก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำอยู่ดี หลายประเทศยังคงต้องเดินดอกเบี้ยติดลบเพื่อหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งหากย้อนไปมองอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตรในช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2551 ประกอบด้วยแล้ว จะเห็นได้ว่าอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทั่วโลกในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาปรับตัวลงมาราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับก่อนเกิดวิกฤต จึงน่าจะเป็นการยากมากที่อัตราดอกเบี้ยจะกลับไปใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตได้อีก และไม่เพียงเท่านั้นดอกเบี้ยก็อาจจะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำเช่นนี้ไปอีกหลายปี

ความท้าทายต่อมาคือความผันผวนครับ ในปีที่ผ่านมาท่านนักลงทุนที่ติดตามสภาวะตลาดอยู่บ้างน่าจะเห็นว่าตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนมากเพียงใดจนถึงขณะนี้ปัจจัยทางการเมืองของหลายประเทศ รวมถึงความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ดัชนี MSCI World Index เทียบกับดัชนี MSCI Emerging Index ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2556 มาจนถึงปี 2559 จะเห็นว่าทั้งตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดหุ้นในประเทศเกิดใหม่นั้นล้วนผันผวนสูง ทำให้การจับจังหวะเพื่อเข้าลงทุนในหุ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และอย่างที่ทราบกันดีครับ ความผันผวนไม่ได้มีเฉพาะในตลาดหุ้น ถ้ามองไปในสินทรัพย์อื่นอย่าง ทอง หรือน้ำมัน ก็มีความผันผวนเช่นกัน

โอกาสรับผลตอบแทนที่เติบโตสูงก็เป็นอีกความท้าทายหนึ่งครับ ผมมองว่าทุกวันนี้โอกาสในการลงทุนกับหุ้นทั่วโลกยังมีอยู่มาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเลือกธีมถูกหรือไม่ แต่การลงทุนในหุ้นด้วยตนเองก็มีความยากขึ้นด้วยโดยเฉพาะในการค้นหาหุ้นที่จะสร้างผลตอบแทนสูงๆ ที่ผมพูดเช่นนี้เพราะหลายปีก่อนในช่วงที่เริ่มมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ใหม่ๆ เงินลงทุนล้นตลาดมาก หลายท่านถึงกับบอกว่าจะปาเข้าไปในหุ้นตัวไหนก็มีโอกาสได้กำไร ต่างจากทุกวันนี้ที่ตลาดทั่วโลกสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี)ค่อนข้างแพง และตลาดเติบโตได้ก็ด้วยพี/อีขยายตัวเป็นหลัก ไม่ใช่เพราะกำไรจากบริษัทจดทะเบียนเป็นหลัก คนที่พยายามจะหาทางลงทุนก็ต้องเข้าไปซื้อขายกันในราคาที่เริ่มสูง และถ้าต้องการลงทุนเองและผลตอบแทนที่ดีก็ต้องทำการบ้านหนักมาก

ทั้งหมดนี้ยังไม่นับสิ่งที่ผมมองว่าเป็นความท้าทายตลอดกาลอย่างความเข้าใจในสภาวะตลาด การใช้กลยุทธ์การจับจังหวะลงทุนที่แม่นยำและการจัดสินทรัพย์ลงทุนอย่างเหมาะสมนะครับ

ด้วยเหตุที่ความท้าทายในการลงทุนเป็นเช่นนี้ การลงทุนในกองทุนประเภท Global Multi Asset ที่มีลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายทั่วโลกจึงเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากกองทุนประเภทนี้มีการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่หลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ในตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือใน High Yield Bond ตอบโจทย์เรื่องโอกาสสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ ผสมผสานกับการลงทุนในหุ้นเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูง

ทั้งยังมีโอกาสกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างเสถียรภาพให้พอร์ตการลงทุน นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์การบริหารจัดการกองทุนที่ยืดหยุ่น ทำให้ความผันผวนของผลตอบแทนไม่สูงมากนัก สามารถให้ผลตอบแทนเสมือนรายรับอย่างสม่ำเสมอได้ในช่วงที่ตลาดซบเซา

ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ในช่วงตลาดขาขึ้น นับเป็นตัวช่วยสำหรับท่านที่ไม่มีเวลาติดตามสภาวะตลาดมากนักและยังไม่เชี่ยวชาญเรื่องการจับจังหวะลงทุนอีกด้วย ซึ่งผมมองว่าการลงทุนในกองทุนแบบ Global Multi Asset จะสามารถตอบสนองความต้องการเรื่องรายได้ระหว่างทางของนักลงทุนได้ดี สร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูง พร้อมลดความผันผวนการลงทุน ทั้งยังสามารถทยอยลงทุนได้ในทุกช่วงสภาวะของตลาด จึงถือเป็นอีกทางเลือกที่อยากแนะนำไว้ในพอร์ตกองทุนเพื่อชนะความท้าทายในการลงทุน และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจให้กับท่านได้ครับ

10 มิ.ย.

อย่ารีบเติม!10 มิ.ย. น้ำมันลดราคา

ปตท.บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง30สต./ลิตร เว้นE85 มีผล 10 มิ.ย.

บมจ. ปตท. (PTT) และบมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 30 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E85 คงเดิม โดยมีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.) หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ จะส่งผลให้ราคาน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันของปตท. และ บางจาก เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลวันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ของปตท. ลิตรละ 33.06 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 25.95 บาท, แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 25.68 บาท, E20 ลิตรละ 23.44 บาท, E85 ลิตรละ 19.44 บาท ส่วนดีเซล ลิตรละ 24.29 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)

10 มิ.ย.

คลัง ย้ำ ภาษีสรรพสามิตใหม่ ไม่เพิ่มภาระประชาชน

คลัง ย้ำ ภาษีสรรพสามิต ฉบับใหม่ ไม่กระทบราคาสินค้าปลายทาง ไม่เป็นภาระให้ประชาชน พร้อมรับฟังความคิดเห็นเอกชน

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนา พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ประชาชนได้อะไร ว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 กันยายนนี้ โดยกฎหมายภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่จะเปลี่ยนฐานราคาการเก็บภาษีจากราคาหน้าโรงงาน หรือราคาสำแดงนำเข้า มาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ และกำหนดอัตราภาษีที่เก็บใหม่ในทุกรายการสินค้า

ซึ่งจะทำให้การจัดเก็บภาษีมีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการจัดเก็บมากขึ้น และจำเป็นต้องให้ความรู้แก่เอกชนให้เข้าใจเรื่องดังกล่าวด้วย โดยการจัดเก็บภาษีที่เปลี่ยนฐานมาจัดเก็บจากราคาขายปลีกแทนนั้น ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการมากนัก

เนื่องจากในการร่างกฎหมายได้เชิญผู้ประกอบการ ภาคเอกชนมาร่วมแสดงความคิดเห็นตั้งแต่แรก และราคาขายปลีกแนะนำที่จะนำมาคำนวณนั้นก็ต้องเป็นราคาที่เหมาะสม ยอมรับได้ ซึ่งภาคเอกชนเป็นผู้เสนอราคาจากการสำรวจมา และมองว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อราคาสินค้าปลายทาง ให้ปรับสูงขึ้นจนเป็นภาระต่อประชาชน ตามที่ผู้ประกอบการเป็นห่วง

10 มิ.ย.

หุ้นสหรัฐปิดบวก/น้ำมันลง /ทองร่วง

ดาวโจนส์ปิดบวก 8.84 จุด น้ำมันลดลง 8 เซนต์ ทองร่วง 13.70 ดอลล่าร์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,182.53 จุด เพิ่มขึ้น 8.84 จุด หรือ +0.04% ดัชนี แนสแดค ปิดที่ 6,321.76 จุด เพิ่มขึ้น 24.38 จุด หรือ +0.39% และดัชนี เอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 2,433.79 จุด เพิ่มขึ้น 0.65 จุด หรือ +0.03%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี แนสแดค ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนมองว่า คำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในวันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างระมัดระวัง ก่อนที่นักลงทุนจะทราบผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 8 เซนต์ ปิดที่ 45.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอนงวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 20 เซนต์ 47.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 13.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,279.50 ต่อออนซ์

10 มิ.ย.

ทองคำ 9 มิ.ย.ลดลง 150 บาท

ทองคำเปิดตลาดปรับลดลง 150 บาท แท่งขาย 20,600รูปพรรณ21,100 บาท

ราคาทองคำประจำวันที่ 9 มิ.ย. 2560 ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,5800ขายออกบาทละ20,600 ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ20,132.48 ขายออกบาทละ21,100 บาท ทั้งนี้ราคาทองคำปรับลดลง 150 บาท เมื่อเทียบกับราคาวันที่ 8 มิ.ย.