ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดเช้าลบ 2.53 จุด เช่นเดียวกับตลาดภูมิภาคหลังเงินดอลลาร์แข็งค่ากดดันเงินทุนไหลออก

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,702.27 จุด ลดลง 2.53 จุด (-0.15%) มูลค่าการซื้อขาย 16,476.28 ล้านบาท lastcallblog.com

การซื้อขายหุ้นช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดช่วงเช้า โดยดัชนีแตะจุดสูงสุดที่ 1,703.34 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,697.59 จุด

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ติดลบ หลังจากทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นกดดันเงินทุนไหลออก และช่วงสั้นตลาดฯรับรู้ข่าวดีจากผลประกอบการไปแล้ว

แต่ช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ตลาดฯ คงผันผวนจากการปรับพอร์ตลงทุนตาม MSCI โดยเพิ่มน้ำหนักในหุ้นจีนเป็นรอบที่ 2 ซึ่งตลาดบ้านเราโดนผลกระทบจากรอบนี้น้อย และไม่น่าจะทำให้หุ้นปรับตัวลงแรงเหมือนกับครั้งแรกในเดือน พ.ค.ที่ MSCI นำหุ้น A-Share ของจีนเข้ามาในคำนวณ

นอกจากนี้ อาจมีแรงขายทำกำไรเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งตลาดฯคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่หลังจากครั้งนี้แล้วเฟดอาจชะลอปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป เนื่องจากมีเรื่องสงครามการค้าเข้ามา และยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯก็ต่ำสุดในรอบ 9 เดือน

แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายกิจพณ กล่าวว่า ตลาดฯมีโอกาสที่จะซึมตัวลง พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,680-1,720 จุด พร้อมให้ติดตามการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟด ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองแจ็กสันโฮล รัฐไวโอมิง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23-25 ส.ค.นี้

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,458.48 ล้านบาท ปิดที่ 52.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 990.54 ล้านบาท ปิดที่ 68.75 บาท ลดลง 0.75 บาท
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 862.72 ล้านบาท ปิดที่ 80.50 บาท ลดลง 0.75 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 760.25 ล้านบาท ปิดที่ 19.80 บาท ลดลง 0.10 บาท
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 660.28 ล้านบาท ปิดที่ 6.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท