ตลาดเพชรดุ รายใหม่แห่เกิด-ดัมป์ราคา พรีม่าซื้อไลเซนส์สนูปปี้ลุยมิลเลนเนียม

ผู้จัดการรายวัน 360 – ตลาดเพชรช่องทางเคาน์เตอร์ 5 พันล้านบาทแข่งดุ รายใหม่แห่ลงตลาด พร้อมดัมป์ราคากว่า 50% แย่งลูกค้า ด้าน “พรีม่า” เดินหน้าสู้ศึก ชูนวัตกรรมสินค้าลุย ล่าสุดชูคาแรกเตอร์กรำศึก คว้าสนูปปี้เสริมทัพจากเดิมมีเฮลโลคิตตี้ พร้อมขยายฐานสู่กลุ่มมิลเลนเนียมมากขึ้น มั่นใจดันรายได้โต 2 หลัก sbobetasia.org

นางชลวิชา ฤกษ์วิทูรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่า โกลด์ อินเตอร์เนชันเนล จำกัด ผู้จัดจำหน่ายแบรนด์พรีม่าโกลด์และพรีม่าไดมอนด์ เปิดเผยว่า ตลาดเครื่องประดับเพชรในช่องทางเคาน์เตอร์มูลค่า 5,000 ล้านบาท เติบโตเพียง 5% ในปัจจุบันมีการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปีละ 10 แบรนด์ รวมทั้งยังมีการเล่นเรื่องราคาที่ต่ำลดราคากันสูงถึง 50-60% มาอย่างต่อเนื่อง หรือแข่งด้านเสนอเงินผ่อนดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน และโปรโมชันอื่นๆ อีกมาก ส่งผลต่อตลาดรวมแข่งขันกันรุนแรง

อย่างไรก็ตาม พรีม่าวางกลยุทธ์ในการรุกตลาดด้วยการพัฒนาแบรนด์ สินค้าและนวัตกรรม ไม่ลงไปเล่นสงครามราคา เพราะจะส่งผลกระทบต่อแบรนด์ในระยะยาว นอกจากนั้นยังใช้กลยุทธ์ซื้อไลเซนส์คาแรกเตอร์มาใช้ในการออกแบบเครื่องประดับทั้งพรีม่าโกลด์และพรีม่าไดมอนด์ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อ 6 ปีที่แล้วเคยซื้อไลเซนส์เฮลโลคิตตี้มาใช้กับพรีม่าโกลด์เป็นครั้งแรก ยอดขายขึ้นเฉลี่ย 20% ขณะนี้ยังทำอยู่ต่อเนื่อง ล่าสุดซื้อไลเซนส์คาแรกเตอร์ สนูปปี้ จากบริษัทโกลบอลที่ฮ่องกงที่เป็นตัวแทนถือสิทธิ์ เพื่อนำมาใช้กับ พรีม่าโกลด์และพรีม่าไดมอนด์ รวมทั้งปีหน้ามีแผนที่จะแตกแบรนด์ใหม่อีกคือ พรีม่าอาร์ต เป็นกรอบรูปที่จะใช้ไลเซนส์สนูปปี้ด้วยเช่นกัน

จุดประสงค์เพื่อต้องการสร้างความแตกต่างในตลาดรวม และเป็นการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายสู่คนหนุ่มสาวหรือวัยมิลเลนเนียมมากขึ้นทั้งสองแบรนด์ จากเดิมที่พรีม่าโกลด์จะเป็นเครื่องประดับทอง 24เค 99.99% พรีม่าไดมอนด์ ที่มีอายุในตลาดมานานกว่า 20 ปีเท่ากัน ฐานลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มที่มีอายุสูงมากกว่ 40 ปีขึ้นไป จึงต้องขยายฐานมาจับกลุ่มมิลเลนเนียมมากขึ้น ด้วยการใช้คาแรกเตอร์ รวมทั้งการทำราคาที่ต่ำลงกว่าเดิมเล็กน้อยให้สามารถจับต้องได้ง่ายขึ้น ซึ่งปีนี้พรีม่าโกลด์ออกคอลเลกชันสนูปปี้ 6 เอสเคยู ส่วนพรีม่าไดมอนด์ออกคอลเลกชันสนูปปี้ 12 เอสเคยู ขณะที่ทุก 3 เดือนบริษัทฯ จะออกคอลเลกชันใหม่ 1 ครั้ง

“จากฐานลูกค้าของเราพบว่า ตอนนี้มีลูกค้าเก่า 40% และเริ่มมีลูกค้าใหม่ 60% หลังจากที่ใช้เฮลโลคิตตี้มาแล้ว โดยลูกค้าใหม่มี 80% ที่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียม โดยราคาที่ขายตอนนี้พรีม่าโกลด์เริ่มที่ 7,800 บาท จากเดิมเริ่ม 10,000 บาท ส่วนพรีม่าไดมอนด์เริ่มที่ 8,000 บาท จากเดิมเริ่มที่ 9,900 บาท โดยฐานลูกค้าของพรีม่าโกลด์มี 60,000 ราย และพรีม่าไดมอนด์มี 60,000 ราย และสัดส่วนยอดขาย 50% เท่ากันทั้งสองแบรนด์ ส่วนอีก 2 ปีจากนี้พรีม่าโกลด์จะเหลือ 40% ส่วนพรีม่าไดมอนด์จะเป็น 60% เนื่องจากเทรนด์ของตลาดจะเน้นไปที่เพชรมากกว่า โดยมีฐานลูกค้าต่างชาติ 10%” นางชลวิชากล่าว

นางชลวิชากล่าวต่อว่า แผนขยายสาขาปีนี้ (2561) จะเปิดจุดขายของพรีม่าไดมอนด์อีก 3 แห่งช่วงปลายปี คือ เทอร์มินัลพัทยา, เซ็นทรัลภูเก็ต และไอคอนสยาม และเน้นการโรดโชว์อีก 10 จุด จากขณะนี้มี 45 สาขา ส่วนพรีม่าโกลด์ ไม่ได้ขยายสาขา ขณะนี้มี 55 สาขา ซึ่งทั้งหมดมี 100 สาขา โดยแยกเป็นชอป 9 แห่ง ที่เหลือเป็นเคาน์เตอร์ และลงทุนโดยรวมปีนี้ 20 ล้านบาท

ด้านการสื่อสารการตลาด ปัจจุบันใช้สื่อออนไลน์ 70% สื่อสารกับลูกค้าเก่ากับใหม่ ทั้งในช่องทางของแบรนด์เอง และช่องทางของพันธมิตร เช่น ห้างสรรพสินค้าออนไลน์ บัตรเครดิตต่างๆ และค่ายมือถือต่างๆ รวมทั้งใช้อินฟลูเอนเซอร์ หรือเคโอแอล ส่วนอีก 30% เป็นการร่วมกิจกรรมกับทางห้างสรรพสินค้าและกิจกรรมที่เราจัดขึ้นมาเอง

นอกจากนั้น ยังขยายช่องทางอี-คอมเมิรซ์ด้วย จะเริ่มเดือนสิงหาคม โดยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ เอง และผ่านมาร์เกตเพลส 3 ราย คือ ลาซาด้า ช้อปปี้ และเจดีเซ็นทรัล โดยคาดว่าในปีนี้ (2561) ยอดขายจะเติบโต 2 หลัก จากปีที่แล้วรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท และปีหน้าวางแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์