รวบหนุ่มขายกัญชาทางเฟซบุ๊ก ยึดของกลาง-เงินสดหมุนเวียน 16 ล้าน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. นำกำลังเข้าตรวจค้นหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี เพื่อจับกุม นายกันชัย ฤกษ์แสนสุข อายุ 31 ปี และ น.ส.สกาว ยันต์ไพร อายุ 30 ปี พร้อมยึดของกลางเป็นกัญชาจำนวน 27.5 กิโลกรัม พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่งและบัญชีธนาคารจำนวนหลายเล่ม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดจาก กรณีมีภาพหญิงสาวประกาศราคาขายยาเสพติดทางเฟซบุ๊ค ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบเรื่องดังกล่าวทันที โดยทางบก.สปพ.ได้ตรวจสอบเฟสบุ๊คดังกล่าว พบว่าเป็นหญิงสาวในภาพ พบว่ามีคนแอบอ้างนำเฟสบุ๊คของหญิงสาวคนดังกล่าวไปอ้างว่าประกาศขายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงไล่ตรวจสอบจนพบว่าคนร้ายตัวจริง คือ นายกันชัย จึงสืบค้นและเข้าจับกุมดังกล่าว

ด้าน นายกันชัย เผยว่า ตนเริ่มขายยาเสพติดมาได้ไม่นาน ได้กำไรจากการขายกัญชาเดือนละ 100,000 กว่าบาท โดยตนไปรับกัญชามาอีกต่อหนึ่ง มีราคาก้อนละ 8,000 บาท ตนนำมาซอยเป็นก้อนเล็ก ๆ ได้ 19 ก้อนเล็ก ก้อนละ 1,200 บาท วันหนึ่งจะขายได้ประมาณ 2 ก้อนเล็ก ได้ส่วนแบ่งร้อยละ 30 จากราคาเต็มส่วนบ้านหลังนี้ตนซื้อมาได้ครึ่งปี ในราคา 17 ล้านบาท ทั้งนี้ นายกันชัย ชื่อน.ส.สกาวเป็นเจ้าของบัญชีจำนวนหลายเล่ม มีเงินหมุนเวียนจำนวนไม่น้อยกว่า 16 ล้านบาท

โผล่ถึงผิวน้ำแล้ว! เรือเซวอลถูกเก็บกู้ซาก หลังจมใต้ทะเล 3 ปี

โผล่ถึงผิวน้ำแล้ว! เรือมรณะเซวอล ถูกเก็บกู้ซาก หลังอับปาง คร่ากว่า 304 ชีวิต จมใต้ทะเล 3 ปี

วันนี้(23 มี.ค.) เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าเกาหลีใต้กู้ซากเรือข้ามฟากเซวอล น้ำหนัก 6,825 ตัน ที่อับปางเมื่อปี 2557 คร่าชีวิตผู้โดยสาร 304 ราย นอกชายฝั่งเกาะชินโดว่า หลังจากทีมงานใช้เวลาข้ามวันข้ามคืน ในช่วงเช้าวันพฤหัสฯ ส่วนของเรือโผล่ขึ้นมาพ้นผิวน้ำให้เห็นแล้ว ท่ามกลางความหวังของครอบครัวเหยื่อกว่า 50 ครอบครัวที่สวดภาวนาอยู่บนเนินเขาทงจิวชาโด

ทั้งนี้ เรือเซวอลประสบโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ มีผู้เสียชีวิตถึง 304 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนที่ไปทัศนศึกษา การกู้เรือนี้สร้างความหวังให้ครอบครัวเด็กนักเรียนที่ยังสูญหายไป 9 ราย คาดว่าร่างอาจยังติดอยู่ในซากเรือ นับจากเรืออับปางเมื่อวันที่ 16 เม.ย.2557

สำหรับปฏิบัติการใหญ่ยักษ์ในครั้งนี้ใช้คนงานราว 450 คน เพื่อกู้เรือหนัก 8,250 ตันขึ้นจากน้ำ คาดว่าจะใช้เวลา 12-13 วัน จึงจะยกเรือขึ้นมาได้ทั้งลำแล้วเคลื่อนย้ายไปยังเมืองม็อกโป จังหวัดชอลลาใต้

เรือเรือล่มเรือล่มเกาหลีใต้เรือเซวอล

เผยพนันออนไลน์พุ่ง20% เงินสะพัดทั่วโลก3หมื่นล้าน

เปิดข้อมูลธุรกิจพนันออนไลน์รุ่งเรืองโตร้อยละ 20 ต่อปี วงเงินสะพัดทั่วโลกกว่าสามหมื่นล้าน นักวิชาการเผยเยาวชนไทยติดพนันออนไลน์หนัก ทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินใช้หนี้ ทั้งปล้นชิงทรัพย์-ขายบริการ-ค้ายาเสพติด ด้าน “ผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย” แนะออกมาตรการควบคุมและป้องกันการใช้บริการ โดยการจดทะเบียนผู้ประกอบการและผู้เข้าเล่นอินเตอร์เน็ต ประสานสถาบันการเงินห้ามการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ในการพนันออนไลน์

องค์การอนามัยโลกกำหนดให้พฤติกรรมติดการพนันเป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง เรียกว่า Pathological gambling หรือ โรคติดพนัน อาการคือ แม้ผู้เล่นการพนันจะมีความทุกข์จากการเล่นพนัน แต่ก็หยุดไม่ได้ ยังคงต้องเล่นต่อไป มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ร่วมกับ เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน จัดเสวนา “ความท้าทายในการจัดการสำหรับบริบทของสังคมไทย” เพื่อนำเสนอปัญหาและหาทางออกให้การแก้ปัญหาการพนันในประเทศไทย

นายพงศ์ธร จันทรัศมี ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนสังคมและนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนัน มูลนิธิสดศรี- สฤษดิ์วงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันพนันออนไลน์เป็นที่นิยมสำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนมาก โดยพนันออนไลน์เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี และรายได้ของธุรกิจนี้ทั่วโลก มีการประมาณการณ์ไว้อยู่ที่ 25,000-31,750 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับประเทศไทยแล้วการพนันออนไลน์จัดอยู่ในประเภทการพนันที่ผิดกฎหมาย โดยรูปแบบการพนันออนไลน์ในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมได้แก่ พนันฟุตบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ และพนันม้าแข่ง ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้การพนันประเภทนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มาจากการเข้า

อาจารย์สอนสื่อ9สถาบัน วอนแก้ปัญหาพนันเยาวชน

ทุกภูมิภาคการพนันที่เล่นมากที่สุดคือไพ่และไฮโล ซึ่งเยาวชนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี จะมีสถานการณ์เสี่ยงต่อการพนันมากที่สุด อีกทั้งเด็กและเยาวชนที่เริ่มเล่นพนันมักไม่ถูกลงโทษจากครอบครัวทำให้รู้สึกว่าการเล่นพนันไม่ใช่เรื่องผิด ทำให้เยาวชนในทุกภูมิภาคยังมีระดับของความรู้ความเข้าใจต่อการพนันที่ต่ำกว่าเกณฑ์

น.พ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เลขาธิการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิวงษ์ กล่าวว่า คนที่เล่นการพนันจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือเล่นพนันจนเกิดปัญหา อีกกลุ่มคือเป็นโรคติดการพนัน แต่ไม่ว่าจะเล่นด้วยเหตุผลอะไร ก็ล้วนแล้วแต่เสพติดการพนันด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งการเสพติดการพนันองค์การอนามัยโลกได้จัดว่าเป็นความผิดปกติของการควบคุมแรงผลักดันที่เรียกว่า Impulse control DISorder ซึ่งจะทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ ขาดความสามารถในการควบคุมตนเอง นอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบว่า .

ผู้ที่ติดการพนันอาจจะทำให้เกิดโรคทางจิตเวชตามมาเช่นโรคซึมเศร้า หรือทำให้เกิดการฆ่าตัวตาย ส่วนปัญหาของเยาวชนที่ติดการพนันนั้น พบว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ติดการพนันมาจะมีจิตใจที่ไม่อยากจะเรียนหนังสือ หมกมุ่นอยู่กับการเล่นพนัน ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ขาดคนที่มีคุณภาพทัดเทียมกับคนในประเทศอื่น และขาดกำลังความคิดของคนในวัยหนุ่มสาวที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นเราจึงจำเป็นหาทางออกร่วมกันในการป้องกันปัญหาการติดพนันในเยาวชนของเรา

ย้อนดูบทสัมภาษณ์! “คูเอดราส” ก่อนไฟต์ช็อกโลก

ก่อนการแข่งขัน ศึกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ของสภามวยโลก (WBC) เชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครคิดแน่นอนว่า ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย จะเป็นฝ่ายเอาชนะโคตรมวยเบอร์1ของโลกอย่าง โรมัน กอนซาเลซ ได้ แต่มีนักมวยรายหนึ่งที่คิดต่างออกไป

คาร์ลอส คูเอดราส ยอดกำปั้นชาวเม็กซิกัน คือคนที่คิดต่างออกไป โดยให้สัมภาษณ์หนึ่งสัปดาห์ก่อนไฟต์การชกของทั้งสองคนจะเริ่มต้นขึ้น “ผมคิดว่า ศรีสะเกษมีพลังกำปั้นที่หนัก และสามารถน็อก โรมัน กอนซาเลซ” นั่นคือคำกล่าวที่ทำให้สื่อต้องแปลกใจ

คูเอดราส ผู้เคยเจอกับกำปั้นทั้งสองรายมาแล้วกล่าวอย่างมั่นใจ โดยกำปั้นชาวเม็กซิกัน คือคนที่เคยกระชากเข็มขัดรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ของสภามวยโลก (WBC) จาก ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น หลังการชกจบลงในยกที่ 8 ด้วยการรวมคะแนน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุหัวชนกันแตก จนไม่สามารถชกต่อได้ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนที่ คาร์ลอส คูเอดราส จะมาพลาดท่าแพ้คะแนนต่อ โรมัน กอนซาเลซ เสียเข็มขัดเส้นนี้ไปแบบค้านสายตาแฟนมวย เมื่อเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา

“ศรีสะเกษ เป็นนักมวยที่แข็งแกร่งมาก, เขามีพลังหมัดที่หนักหน่วง ถ้า “ช็อคโกลาติโต้” ประมาทปล่อยให้เขามีมุมในการออกหมัด ผมเชื่อว่า กำปั้นชาวไทย สามารถน็อกนักมวยเบอร์ 1 ได้ เขาต้องระวังตัวให้ดี, ศรีสะเกษ เป็นนักมวยที่อันตรายมาก ซึ่งผมเคยเจอกับเขามาแล้ว” กำปั้นวัย 28 ปีกล่าว

และก็เป็นดังคาดเมื่อ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น สามารถปล่อยหมัดขวาอัดลำตัวส่งแชมป์ลงไปกองตั้งแต่ยกแรก ซึ่งถือว่าเป็นการถูกต่อยร่วงครั้งแรกของยอดมวยชาวนิการากัว ในรอบ 11 ปีเลยทีเดียว ก่อนที่ครบ 12 ยก “เจ้าแหลม” จะเป็นฝ่ายชนะคะแนนแบบไม่เอกฉันท์

ย้อนดูบทสัมภาษณ์! “คูเอดราส” ก่อนไฟต์ช็อกโลก

ก่อนการแข่งขัน ศึกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ของสภามวยโลก (WBC) เชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครคิดแน่นอนว่า ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย จะเป็นฝ่ายเอาชนะโคตรมวยเบอร์1ของโลกอย่าง โรมัน กอนซาเลซ ได้ แต่มีนักมวยรายหนึ่งที่คิดต่างออกไป

คาร์ลอส คูเอดราส ยอดกำปั้นชาวเม็กซิกัน คือคนที่คิดต่างออกไป โดยให้สัมภาษณ์หนึ่งสัปดาห์ก่อนไฟต์การชกของทั้งสองคนจะเริ่มต้นขึ้น “ผมคิดว่า ศรีสะเกษมีพลังกำปั้นที่หนัก และสามารถน็อก โรมัน กอนซาเลซ” นั่นคือคำกล่าวที่ทำให้สื่อต้องแปลกใจ

คูเอดราส ผู้เคยเจอกับกำปั้นทั้งสองรายมาแล้วกล่าวอย่างมั่นใจ โดยกำปั้นชาวเม็กซิกัน คือคนที่เคยกระชากเข็มขัดรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ของสภามวยโลก (WBC) จาก ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น หลังการชกจบลงในยกที่ 8 ด้วยการรวมคะแนน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุหัวชนกันแตก จนไม่สามารถชกต่อได้ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนที่ คาร์ลอส คูเอดราส จะมาพลาดท่าแพ้คะแนนต่อ โรมัน กอนซาเลซ เสียเข็มขัดเส้นนี้ไปแบบค้านสายตาแฟนมวย เมื่อเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา

“ศรีสะเกษ เป็นนักมวยที่แข็งแกร่งมาก, เขามีพลังหมัดที่หนักหน่วง ถ้า “ช็อคโกลาติโต้” ประมาทปล่อยให้เขามีมุมในการออกหมัด ผมเชื่อว่า กำปั้นชาวไทย สามารถน็อกนักมวยเบอร์ 1 ได้ เขาต้องระวังตัวให้ดี, ศรีสะเกษ เป็นนักมวยที่อันตรายมาก ซึ่งผมเคยเจอกับเขามาแล้ว” กำปั้นวัย 28 ปีกล่าว

และก็เป็นดังคาดเมื่อ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น สามารถปล่อยหมัดขวาอัดลำตัวส่งแชมป์ลงไปกองตั้งแต่ยกแรก ซึ่งถือว่าเป็นการถูกต่อยร่วงครั้งแรกของยอดมวยชาวนิการากัว ในรอบ 11 ปีเลยทีเดียว ก่อนที่ครบ 12 ยก “เจ้าแหลม” จะเป็นฝ่ายชนะคะแนนแบบไม่เอกฉันท์

มาแล้ว! 11 ตัวจริง “ทีมชาติไทย” ชุดบู๊ “ซาอุดิอาระเบีย” ทุ่มตรง!

ดิอาระเบีย วันนี้ เมื่อส่งจักรพันธ์ แก้วพรม กองกลางตัวเก่งจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงสนามเป็นตัวจริง แทน สารัช อยู่เย็น ที่กำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ

ผู้รักษาประตูยังเป็นกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ มี ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ดาวเตะค่าตัวแพงลงสนาม มายืนในระบบแผงหลัง 3 คน ร่วมกับ อดิศร พรหมรักษ์ และ ประทุม ชูทอง

คู่มิดฟิลด์ตัวกลางเป็น ปกเกล้า อนันต์ จับคู่ จักรพันธ์ แก้วพรม มี ทริสตอง โด กับ ธีราทร บุญมาทัน ยืนเป็นวิงแบ็คขวา-ซ้าย ตามลำดับ

ส่วนแนวรุกใช้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ สิโรจน์ ฉัตรทอง คอยสนับสนุนอยู่หลังหัวหอกตัวเก่ง ธีรศิลป์ แดงดา

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงทีมชาติไทย (ระบบ 3-5-2) : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ; อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ประทุม ชูทอง ; ทริสตอง โด, ธีราทร บุญมาทัน (c), ปกเกล้า อนันต์, จักรพันธ์ แก้วพรม, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ; สิโรจน์ ฉัตรทอง, ธีรศิลป์ แดงดา

ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 6 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย เริ่มแข่งขันในเวลา 19.00 น. ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด

บุกรวบ เสือเขียว ทายาท อดีตจอมโรชื่อดัง เสือข้ำ

ตำรวจเมืองคอนบุกจับกุม “เสือเขียว” ทายาท เสือข้ำ เสือร้ายชื่อดังในอดีตที่ถูกคนใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มเสียชีวิตเมื่อ 10 ปีก่อน หลังตั้งตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายารายใหญ่แม้เพิ่งออกจากคุก

วันที่ 24 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่า นายอาคม ภาษาโท หรือ “ เสือเขียว ” อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/276 ถนนสะพานยาว ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบุตรชาย “เสือข้ำ พรหมคีรี “ จอมโจรชื่อดังเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งถูกคนร้ายยิงถล่มด้วยอาวุธปืนส่งครามเสียชีวิตเมื่อ 10 ปีก่อน

โดยนายอาคม หรือ เสือเขียว เพิ่งโทษจากคุกในคดียาเสพติด พยายามฆ่าและทำร้ายร่างกาย ออกมาตั้งตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐวิทย์ โอทอง รอง ผกก.(ป ) ร.ต.อ.นรากร เอียดช่วย หัวหน้า ชป.เฉพาะกิจ สภ.เมือง พร้อมด้วย ร.ต.อ. พละพล คงฉ่ำ รอง สวป.สภ.เมือง นำกำลังตำรวจและ อส.ตร.ออกสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

โดยจากการสืบสวนทราบว่า นายอาคม หรือ เสือเขียว นำยาเสพติดไปส่งลูกค้าที่บ้านเลขที่ 158 หมู่ 3 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงนำกำลังตำรวจ และ อส.ตร.ไปตรวจและจับกุมนายอาคม หรือ เสือเขียว พร้อมของกลาง ยาบ้า 248 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนักชั่ง 0.66 กรัม จำนวน 1 ถุง อาวุธปืนพกสั้น ขนาด.22 จำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุนขนาด .22 จำนวน 6 นัด ซองพกผ้าสีดำ จำนวน 1 ซอง กระเป๋าหนังสีดำจำนวน 1 ใบ อุปกรณ์เสพจำนวน 1 ชุด โทรศัพท์มือถือ 1เครื่อง

จึงแจ้งข้อกล่าวหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า – ยาไอซ์ ) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าว ยังจับกุมเครือข่ายยาเสพติดของนายอาคม หรือ เสือเขียว ได้อีกหลายคนประกอบด้วย นายสามารถ ดวงแป้น หรือ หลวงไก่ ปากพยิง “อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 232/2 หมู่ 3 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมของกลางยาบ้า 26 เม็ด อุปกรณ์เสพ จำนวน 1 ชุด นายสมนึก หรือ นึก โสภีพันธุ์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 158 หมู่ 3 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

ชาวบ้านแห่ถ่ายรูป! รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ มีล้อยางรถมากถึง 704 เส้น

ชาวลำปางแห่ถ่ายรูปรถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ มีล้อยางรถมากถึง 704 เส้น หลังกรมทางหลวงเกาะคา กักขบวนไว้เหตุ เอกสารรถหัวลากน้ำหนักเกิน และไม่ตรงกับที่แจ้งไว้

วันนี้ (23 มี.ค. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานจากจังหวัดลำปาง ชาวบ้านจำนวนมากได้พากันไปถ่ายรูปรถเทเลอร์ขนาดใหญ่ที่มีล้อยางรถมากถึง 704 เส้นเพื่อเก็บเป็นที่ระลึก เนื่องจากเป็นรถที่มีลักษณะแปลกตาและไม่เคยพบเห็นมาก่อน หลังถูกเจ้าหน้าที่ด่านตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง กักไว้ตรวจสอบที่บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

โดยรถดังกล่าวเป็นขนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่สั่งซื้อจากประเทศโปแลนด์ เพื่อไปติดตั้งโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ อ.แม่เมาะ แต่ละหว่างการขนย้ายทางเจ้าหน้าที่กลับตรวจสอบพบว่าเอกสารของรถบรรทุกหัวลากจำนวนสองคัน มีน้ำหนักเงินตามกฎหมายที่กำหนด และไม่ตรงตามเอกสาร ของ กฟผ.แม่เมาะ ที่เคยทำเรื่องขออนุญาตไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกักรถหัวลากไว้ที่ด่านตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคาเอาไว้ก่อน เพื่อตรวจความถูกต้องอีกครั้งดังกล่าว

สำหรับรถเทรลเลอร์คันนี้มีความยาว 100 เมตร และมีขนาดกว้าง 6 เมตร ต้องมีการปิดถนนไปหนึ่งช่องทาง รถยนต์อื่นไม่สามารถวิ่งสวนเลนได้ ประกอบกับในการขนย้ายใช้ความเร็วเพียง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนและต้องใช้เวลาในช่วงกลางคืนในการขนย้ายเท่านั้น และในคืนวันนี้เวลาประมาณ 21.00 น. รถคันดังกล่าวจะออกเดินทางอีกครั้ง และคาดว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ที่ กฟผ.แม่เมาะ ของรุ่งเช้าวันที่ 24 มีนาคม แน่นอน

ตะลึงนศ.ติดพนันถึง66.7% ชี้เกิดจากเพื่อน-โทรทัศน์

สืบเนื่องจากสถานการณ์การพนันในปัจจุบัน ได้ขยายออกไปในวงกว้างและมีการพัฒนารูปแบบและชนิดของการเล่นการพนันออกไปอย่างหลากหลาย ทำให้ประชาชนทุกเพศทุกวัย เข้าถึงการพนันได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะในกลุ่มนิสิตนักศึกษา ที่ปัจจุบันพบว่ามีสถิติการเล่นพนัน และมีทัศนคติในเชิงบวกต่อการเล่นการพนันมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเครือข่ายคณาจารย์สื่อสารมวลชนร่วมขับเคลื่อนสังคมเพื่อลดปัญหาการพนัน ร่วมกับมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ จึงเล็งเห็นถึงปัญหาและร่วมกันจัดเวทีรณรงค์การสื่อสารต้านภัยพนันในสถาบันอุดมศึกษาขึ้น

รศ.ดร.สุมาลี ไชยศุภรากุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เปิดเผยว่า การเล่นการพนันมีสาเหตุจูงใจเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.เล่นเพื่อความบันเทิง ต้องการเสี่ยงโชค ซึ่งอาจไม่ส่งผลกระทบและไม่เกิดปัญหามากนัก 2.เล่นการพนันเพื่อเป็นช่องทางในการขยับฐานะอย่างรวดเร็ว เล่นเพื่อหวังรวย ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีอาการน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะว่าอาจนำไปสู่อาชญากรรม หรือกลายเป็นเหยื่อของอาชญากรรม ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีนักศึกษาที่เล่นพนันจนต้องกู้หนี้นอกระบบ และ 3.กลุ่มที่ติดการพนัน เล่นแล้วเลิกไม่ได้ แต่ไม่ได้เป็นผลมากจากฐานะแต่มีปัญหาทางสภาพจิตใจ อย่างไรก็ตามสำหรับการเล่นการพนันในกลุ่มนักศึกษาถือว่ามีความเสี่ยงมากเนื่องด้วยนักศึกษาเป็นกลุ่มคนที่เชื่อคนง่าย ขาดวิจารณญาณ และที่สำคัญยังเชื่อในโชคชะตามากขึ้น ทำให้เราต้องเร่งตระหนักและร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าวเพื่อหยุดและยับยั้งทัศนคติในเชิงบวกของการเล่นการพนันในกลุ่มนักศึกษา

ขณะที่ ดร.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ศึกษาวิจัยเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับข่าวสารกับทัศนคติ และพฤติกรรมการเล่นการพนันของนิสิตนักศึกษาในสภาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ” ที่ตอกย้ำว่าการพนันในกลุ่มนิสิตนักศึกษากำลังขยายวงกว้าง อีกทั้งนิสิตนักศึกษาได้เข้าไปอยู่ในวงล้อมของการพนันอย่างไม่รู้ตัว ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่านักศึกษามีประสบการณ์ในการเล่นการพนันกว่าร้อยละ 66.7 และนักศึกษาส่วนใหญ่มีความถี่ในการเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับการเล่นการพนันจากสื่อบุคคลที่เป็นเพื่อนมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 3.66 ครั้งต่อเดือน รองลงมาคือ สื่อโทรทัศน์ มีค่าเฉลี่ย 3.27 ครั้งต่อเดือน และ สื่อเว็บไซต์ มีค่าเฉลี่ย 2.93 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การเปิดรับจากสื่อหนังสือพิมพ์ และสื่อเฟสบุ๊คมีความใกล้เคียงกัน คือ